1. หอพักในมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปแล้วมหาวิทยาส่วนใหญ่จะมีหอพักของมหาวิทยาลัยเอง ซึ่งอาจจะอยู่ในมหาวิทยาลัยเลยหรืออาจจะอยู่ในพื้นที่ที่หากออกไปจากตัว แคมปัสบ้างแล้วแต่มหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียน Freshman โดย ส่วนใหญ่ทางมหาวิทยาลัยจะบังคับให้อยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยครับ ทั้งนี้รูปแบบของหอพักก็อาจจะมีลักษณะให้เราเลือกประเภทหอพักที่แตกต่างกัน ไปเช่น Studio, One bedroom, Two Bedroom ฯลฯ โดยที่บางห้องนั้นอาจจะมีห้องครัวสำหรับทำอาหารให้ บางห้องอาจจะมีห้องน้ำในตัว หรือบางห้องอาจจะมีแค่อ่างล้างหน้าให้ส่วนห้องน้ำต้องไปใช้ห้องน้ำรวม
2. หอพักสำหรับผู้มีครอบครัวในมหาวิทยาลัย สำหรับบางมหาวิทยาลัยอาจจะมีที่พักสำหรับนักเรียนที่มีครอบครัวแล้วโดยเฉพาะ ซึ่งอาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป เช่น Family Housing มหาวิทยาลัย บางแห่งอาจจะให้เฉพาะผู้ที่มีครอบครัวแล้วเข้าพักเท่านั้น แต่บางแห่งก็อาจจะมีการอนุญาติให้นักเรียนคนอื่นๆที่ยังไม่มีครอบครัวเข้า พักได้ ในกรณีที่ห้องพักไม่เต็มครับ

3. อพาร์ทเมนท์นอกมหาวิทยาลัย (เอกชน) ที่พักประเภทนี้จะเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนไทยส่วนใหญ่ โดยห้องพักก็จะมีหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไปดังที่กล่าวข้างต้น ทั้งนี้อพาร์ทเมนท์ของเอกชนนั้นก็อาจจะมีทั้งแบบที่เป็น Furnished และ Unfurnished นอกจากนั้นแล้วก็ควรจะต้องสอบถามจาก Landlord ให้ดีว่าค่าใช้จ่ายนอกจากค่าห้องพักแล้ว ได้รวมค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆเช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเก็บขยะ ฯลฯ แล้วไว้หรือยังนะครับ
4. บ้านเช่า สำหรับเพื่อนๆที่อาจจะรู้จักการใช้ชีวิตและสนิทสนมกันดีพอสมควรแล้ว ก็อาจจะอยู่ร่วมกันโดยเช่าบ้านทั้งหลังซึ่งอาจจะมีห้องนอนตั้งแต่ 3 – 5 ห้อง นอน ทั้งนี้การอาศัยอยู่ในบ้านเช่านั้นอาจจะไม่แตกต่างกันมากมายในด้านค่าใช้ จ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับการพักในอพาร์ทเมนท์นอกมหาวิทยาลัย แต่การที่ได้อยู่บ้านซึ่งอาจจะมีบริเวณภายในบ้านมากกว่า โดยบ้านบางหลังอาจจะมีสนามหญ้าและมีพื้นที่ให้จัดปาร์ตี้ด้วยนั้น ก็อาจจะทำให้เพื่อนๆได้มีความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอยู่บ้าง โดยเฉพาะสำหรับเพื่อนๆบางคนที่อยากหรือมีความชื่นชอบส่วนตัวที่จะอยู่บ้าน แบบที่เห็นในซีรีส์หนังฝรั่ง อย่างไรก็ตามการอยู่อาศัยร่วมกันแม้ว่าจะสนิทกันแค่ไหน ก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
5. Host Family รูปแบบการพักประเภทนี้อาจจะเหมาะกับเพื่อนๆที่มาเรียนภาษาในระยะสั้น หรือเพื่อนๆที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายอาจจะค่อนข้างสูงพอสมควร ทั้งนี้ยังต้องอยู่ภายใต้กฎที่ทางเจ้าของบ้านได้ตั้งขึ้น และความเป็นส่วนตัวอาจจะน้อยลงไปเมื่อเทียบกับการพักในรูปแบบอื่นๆ

โดยปกติแล้วการเช่าห้อง หรือเช่าบ้านพัก จะมีสัญญาการเช่า 1 ปี โดย Landlord แต่ละที่ก็อาจจะมีการแบ่งให้เช่าแบบระยะสั้นเช่น 3 เดือน หรือ 6 เดือน โดยอาจจะมีราคาห้องต่อเดือนที่แพงกว่าการเช่าแบบ 1 ปี นอกจากนี้เมื่อเริ่มต้นการเช่าแล้ว โดยปกติทาง Landlord จะขอเก็บค่ามัดจำ (Deposit) 1 เดือนเพื่อป้องกันข้าวของในห้องเสียหาย หากเกิดความเสียหายของข้าวของในห้องแล้วนั้น ทาง Landlord จะทำการหักค่าใช้จ่ายออกจากเงินมัดจำและคืนเงินที่เหลือให้เมื่อครบสัญญาการเช่า
สำหรับการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับห้องพัก เพื่อนๆสามารถดูได้จากเวบไซต์ของมหาวิทยาลัย, ทำการค้นหาจาก Google Map, ค้นหาจาก Craigslist หรือแม้แต่สอบถามหรืออ่านจากบทสัมภาษณ์ของเพื่อนๆในเวบ TSAClub ก็ได้ ว่าเพื่อนๆแต่ละคนแนะนำให้พักที่ไหนกันบ้างในแต่ละเมืองนั้นๆ ทั้งนี้นอกจากเรื่องห้องพักที่เราจะต้องดูให้ดีแล้ว สิ่งที่ควรที่จะต้องคำนึงถึงก็คือเรื่องของสถานที่ (Location) ด้วย แม้ว่าราคาห้องพักจะถูกจริง แต่ก็อาจจะไกลจากมหาวิทยาลัยทำให้การเดินทางไม่สะดวก หรืออาจจะเป็นแหล่งอันตรายในบริเวณนั้นๆ
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับที่พักมาพอสมควรแล้ว ผมอยากแนะนำให้เพื่อนๆไปดูสถานที่จริงก่อนที่จะตัดสินใจเลือกนะครับ ซึ่งอาจจะทำให้เพื่อนๆมีปัญหาบ้างเมื่อไปถึงอเมริกาแรกๆเนื่องจากอาจจะยัง ไม่มีที่พักที่แน่นอน ผมแนะนำว่าเพื่อนๆอาจจะติดต่อไปยังสมาคมนักเรียนไทยในแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อขอพักอาศัยกับนักเรียนไทยในช่วงแรกๆก่อน แล้วจึงรีบไปดูสถานที่ที่เราได้ทำการหาข้อมูลมาตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยแล้ว หลังจากนั้นจึงค่อยย้ายไปที่พักใหม่ โดยการไปพักอาศัยกับเพื่อนๆนักเรียนไทยคนอื่นๆนั้น เพื่อนๆก็อาจจะช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆเพื่อเป็นสินน้ำใจให้กับคนที่ เราไปขออาศัย หรือหากไม่อยากรบกวนเพื่อนๆนักเรียนไทย ก็อาจจะไปพักตาม Youth Hostel ต่างๆซึ่งราคาจะค่อนข้างถูกพอสมควรเมื่อเทียบกับการไปพักตามโรงแรมทั่วไป