 |
ตอนนี้เรียนอยู่หรือจบจากที่ไหน ? |
 |
|
|
 |
 |
| ประเทศ |
AUSTRALIA |
| รัฐ/เมือง |
Brisbane/ Queensland |
| สถาบันการศึกษา |
Queensland University of Technology |
| ระดับ |
Masters |
| หลักสูตร |
Business (MBA) |
| สาขา |
Marketing |
|
 |
|
|
|
 |
 |
1. อยากให้ช่วยแนะนำประวัติการศึกษาในระดับม.ปลายและปริญญาตรีคร่าวๆครับ จบจากที่ไหน สาขาอะไร |
 |
|
|
 |
 |
ขอแนะนำตัวกันคร่าวๆก่อนเลยนะคะ พี่หลิวจบปริญญาตรีด้านการตาดที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรียนจบ ม. 5 สายศิลป์-คำนวณที่โรงเรียนซานตาครู้ส คอนแวนท์ และ จบม.ปลายที่ Stampford College ค่ะ |
 |
|
|
|
 |
 |
2. ทำไมถึงเลือกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่กำลังแนะนำนี้ครับ แล้วที่มหาลัยนี้มีสาขาวิชาไหนที่เป็นที่ขึ้นชื่อบ้างครับ |
 |
|
|
 |
 |
อันนี้แอบตอบนอกคำถามนิดนึงเรื่องการเลือกประเทศ เพราะพี่ว่าหายคนคงอยากทราบว่าประเทศไหนดีที่สุด จริงๆแล้วน้องๆคงต้องเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าเป็นคนชอบ lifestyle แบบไหน ชอบแบบความเรียบง่ายไม่ถึอตัวอย่างเมืองออสซี่ หรือว่าชอบความสงบเรียบร้อยเป็นธรรมชาติแบบนิวซีแลนด์หรือว่าอยากดูเมืองที่มีอารยธรรมเก่าแก่แบบอังกฤษ หรือเมืองที่เปิดโอกาสให้กับผู้คนหลากหลายรูปแบบอย่างอเมริกา ดังนั้นการเลือกเมืองที่เรียน อยู่ที่ความชอบส่วนบุคคลจริงๆค่ะ
ส่วนเหตุผลที่เลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่นี่เลย คือการยืดหยุ่นของการเริ่มเปิดภาคการศึกษา เอาเป็นว่าย้อนกลับไป 15 ปีที่แล้วการเปิดภาคการศึกษาไม่ได้เปิดกันทุก 3 เดือน 4 เดือนแบบตอนนี้ สมัยก่อนโน่นน่ะ ที่ออสเตรเลียเค้าเปิดรับนักศึกษากันส่วนมากช่วงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้นเอง ก็จะมีมหาวิทยาลัยกลุ่มนึงที่เปิดรับช่วงเดือน กรกฏาคม แต่ก็ไม่มาก
พี่ก็ว่าเหมาะสมในเรื่องของจังหวะเวลาที่อยากไปพอดี และหลักสูตร MBA ก็อยากเรียนมานานแล้วเพราะมีตัวเลือกทางด้านสาขาวิชาเอกก็ค่อนข้างมากประมาณสัก 13-15 สาขาน่าจะได้ ถ้าเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆในเมืองเดียวกัน นับว่า QUT Graduate School ของที่นี่มีความโด่งดังทางด้าน Business ค่อนข้างมาก เเละ MBA ได้รับ accreditation จากสมาคม MBA ตั้งแต่สมัยพี่เรียนแต่ก่อนโน้นแล้ว หลังๆเพิ่งจะมาเห็นหลายมหาวิทยาลัยที่ได้รับรองตามๆกันมา เราก็ถือว่าได้เปรียบในเรื่องของความทันสมัยของการออกแบบหลักสูตรเน้นอนาคตและความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัย ที่เน้นเป็น University of the real world จริงๆ ดังนั้นก็ถือว่าเลือกไม่ผิดที่มาเรียนที่นี่ค่ะ |
 |
|
|
|
 |
 |
3. พอบอกได้มั๊ยครับว่าได้คะแนนสอบเท่าไหร่บ้างสำหรับคะแนนที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการ (TOEFL, IELTS, GMAT, GRE, LSAT, USMILE, etc.) ถ้ามีประสบการณ์การทำงานมาก่อนเข้าเรียน มีประสบการณ์ประมาณกี่ปีครับ |
 |
|
|
 |
 |
ที่รับ IELTS ก็ขั้นต่ำอยู่ที่ 6.5 ตอนนี้ เอา GMAT 550 / ประสบการณ์ 3 ปี ส่วนเกรดเฉลี่ย ก็อย่าให้ต่ำกว่า 2.50 ละกัน หลักๆที่เน้นคือประสบการณ์ทำงานมากกว่าค่ะ
เอาแบบเป๊ะๆไปเลยต้องไปตรวจสอบที่นี่เองจ้ะ
http://www.bus.qut.edu.au/courses/postgraduate/mba/mba.jsp?major-id=15836&major-tab=apply |
 |
|
|
|
 |
 |
4. เพืิ่อนๆเลือกสมัครไปกี่มหาวิทยาลัย พอจะบอกคร่าวๆว่าสมัครที่ไหน และได้ตอบรับจากที่ไหนบ้างครับ |
 |
|
|
 |
 |
พี่สมัครที่เดียว คือว่ารักเดียวใจเดียวจริงๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ |
 |
|
|
|
 |
 |
5. Admission Requirement ของทางหลักสูตรบังคับให้ต้องสอบสัมภาษณ์มั๊ยครับ ถ้ามี พอมีคำแนะนำหรือทริคอะไรเกี่ยวกับการตอบสัมภาษณ์บ้างปะครับหรือเคยเจอคำถามสัมภาษณ์อะไรบ้างอะครับเท่าที่พอจำได้ |
 |
|
|
 |
 |
ไม่ได้ต้องสอบสัมภาษณ์แต่ต้องเขียน Statement of Purpose ว่าทำไมอยากเรียน เรียนแล้วมีจุดมุ่งหมายยังไง คือว่าอะไรก็ได้ที่ให้ทางมหาวิทยาลัยรู้จักผู้สมัครมากที่สุดก็จะช่วยได้ค่ะ |
 |
|
|
|
 |
 |
6. หลักสูตรที่เรียนอยู่ใช้เวลาเรียนกี่ปี แล้วหลักสูตรนี้มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง |
 |
|
|
 |
 |
1.5 ปี พี่ว่าก็พอดีๆไม่มากไม่น้อย ข้่อดีคือเน้นการเรียนแบบใช้งานได้ ไม่ต้องท่องทฤษฎีมากเกินไปการเรียนก็จะมีการเชิญบุคคลในวงการมาให้ความรู้ที่นอกเหนือจากบทเรียนที่สอนอยู่ (จริงๆแล้วแทบไม่ได้ใช้ text book เลยอาจมีเพื่อเป็นเค้าโครงของการ discuss กันในแต่ละ class มากกว่า )
มีแต่การเรียนเเบบแย่งกันตอบคำถามตลอดเวลา แชร์ความรู้ระหว่างเพื่อนๆกันในห้องและหยิบยก case study ต่างๆเข้ามาวิภาควิจารณ์และหา solution อะไรประมาณนี้ ส่วนอาจารย์ก็จะคอยส่งเสริมมากกว่าเป็นการชี้นำ การเรียนก็เป็นแบบเสริมๆกันเองมากกว่า ดังนันคนที่คิดว่ามาท่องจำแล้วไปสอบก็คงจะใช้ไม่ได้กับการเรียน MBA มั้ง
ข้อเสียคือบางวิชาคนเรียนก็มากเกินไปถ้าเป็นวิชาที่เป็น Core course หรือ elective ของ ปริญญาโท ไม่เหมือนกับวิชาบางรายการที่เป็นของเด็ก MBA หรือ Graduate School of Business ที่เรียนแบบแบ่งเป็นกลุ่มย่อย 5-6 คน แบบว่าใครไม่ได้อ่าน case study มาถึงกับอึ้งเข้าเรียนกันไม่ได้กันเลยทีเดียว |
 |
|
|
|
 |
 |
7. วิธีการเรียนการสอนที่นั่นต่างจากที่เมืองไทยอย่างไรบ้างครับ เพื่อนๆร่วมชั้นเรียนเป็นยังไงบ้าง |
 |
|
|
 |
 |
โห.. อันนี้ต้องไปแก้กันที่กระทรวงศึกษาธิการเมืองไทยกันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้เรียนแล้วยกมือแย่งกันตอบคำถามกันสุดฤิทธิ์แบบเด็กฝรั่งหรือเป่า ที่โน่นนะ อาจารย์อย่าได้ถามอะไรเลยทีเดียว แบบว่าพวกเด็กฝรั่งยกมือกันให้พรึบ โอ้ยจะแย่งกันตอบอะไรกันนักหนา
นั้นละมั้งที่พี่ว่าแตกต่างอย่างแรงกับเด็กที่เรียนในมหาวิทยาลัยในเมืองไทย เด็กๆมหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้แข่งกันตอบเวลาอาจารย์ถามหรือเปล่า หรือว่ายังคงนั่งท่องตำราเหมือนเดิม เพื่อนๆมีหลายชาติมากน่าจะมากกว่า 10 ประเทศได้จากไอ้ที่นั่งเรียนกันประมาณสัก 20-25 คนต่อห้องเรียน เพื่อนก็โอเค ดีบ้างแย่บ้างก็เป็นธรรมดาของโลกนะ ทำใจไว้ก็ดี |
 |
|
|
|
 |
 |
8. ตั้งแต่ไปเรียนชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้างเกี่ยวกับชีวิตที่นั่นบ้างครับ มหาวิทยาลัยน่าเรียนมั๊ย สภาพบ้านเมือง ผู้คน (คนที่นั่นเป็นยังไงบ้าง คนไทยเยอะมั๊ย) สภาพอากาศ สถานที่ท่องเที่ยว เป็นยังไงบ้างครับ |
 |
|
|
 |
 |
อืม ...พิมพ์นานๆรู็สึกเมื่อยมือเหมือนกันนะเนี่ย 55 55
ชอบไหม ก็ต้องตอบมาชอบมาก เป็นเมืองกลางๆไม่หนาวมากไม่ร้อนมาก ที่เที่ยวเยอะแยะถ้าไม่นับแค่ในบริสเบนนะ แบบว่าใกล้ Gold Coast เลยได้ไป gold coast ทุกสัปดาห์
ภาพรวมคือดีมาก เมือง ผู้คน อาหารถือว่าไม่ขาดตกบกพร่องอะไร อาหารจีน ไชน่าทาวน์เพียบ คนไทยก็กลางๆแต่เดี๋ยวนี้อาจเรียกได้ว่ามากก็ได้ |
 |
|
|
|
 |
 |
9. พอบอกคร่าวๆได้มั๊ยครับว่าค่าเทอมจนจบหลักสูตรนั้นประมาณเท่าไหร่ และค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ครับ (ค่าที่พัก, ค่ากินอยู่, ค่าเดินทาง) |
 |
|
|
 |
 |
ค่าเทอมตอนนี้เช็คได้ที่ $18200 (indicative) per Semester ของปี 2012 ตกราคาทั้งหลักสูตรอยู่ที่ $54600 ตกประมาณ 1.7 ล้านบาท นี่เฉพาะค่าเทอมแบบ เหนาะๆนะเนี่ย
ยังไม่รวมค่ากินอยู๋
แบบจัดเต็มก็ตีงบประมาณที่ 2.5 ล้าน ถ้าโชคดีไม่ใช้ rate ตอนนี่ที่ 32 บาท โอววแพงจริงๆ
ก็แหมเรียน MBA แพงนี่นาช่วยไม่ได้ |
 |
|
|
|
 |
 |
10. สุดท้าย อยากทราบว่าเพื่อนๆมีแหล่งที่พักอาศัยย่านไหนบ้างที่พอจะแนะนำเพื่อนๆบ้าง เอาที่ใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยปลอดภัยแล้วก็ไม่แพง และมีแหล่งใดที่ควรต้องระวังสำหรับย่านอันตราย |
 |
|
|
 |
 |
ที่พักใกล้มหาลัยจะแพงไปมั้ง เพราะมหาวิทยาลัยดันอยู่ในเมืองที่ค่อนข้างแพงแล้ว
ดังนั้นน้องๆไปพักอยู่ข้างนอกโซน 2 เดินทางประมาณ 20-40 นาทีพอสบายๆแก้เซ็ง
ค่าบ้านที่โน่นไม่แพงมากคนก็น่ารักดี ปลอดภัยดี ที่พักหาไม่ยากหรอกจ้ะ ชิวๆเลย ไปหาเอเจนท์จัดหาบ้านก็ได้ เค้าพาเราขับไปดูบ้านหลายๆที่ พอใจก็ตกลงเซ็นสัญญากัน
ส่วนโซนอันตราย เออนะตอนนั้นไม่ได้คิดว่าโซนไหนอันตราย อ้าวไม่มีใครบอก พี่กลับดึกทุกวันเพราะ class เลิกเรียน 3 ทุ่มทุกวันกว่าจะรอรถถึงบ้านก็เกือบ 4 ทุ่มเป็นเวลาปกติของชีวิตประจำวันไปแล้ว เอาเป็นว่าดึกๆก็หาเพื่อนๆไว้ละกันเดินเป็นกลุ่มก็น่าจะปลอดภัยดี เดี๋ยวนี้คนโรคจิตเยอะเดินดีๆเราอาจจะไปทำอะไรคนอื่นเค้าบ้างแบบไม่รู้ตัวก็ได้ 55555 ระวังไว้ก็ดีจ้ะ
เวลาค่ำๆมืดๆเมืองไทยพี่ว่าอันตรายกว่าเยอะเลยนะ จี้ปล้นแทบทุกวันเลย เทียบกับที่ออส ต่างกันลิบลับเลย
สุดท้ายนี้ขอให้น้องๆเด็กๆรุ่นใหม่โชคดีนะคะ มีอะไรอยากถามพี่หลิวเพิ่มเติม ยินดีเลยเดี๋ยวจัดไปค่ะ
พี่ชอบ TSA Club ตรงที่เขียนว่าการแบ่งปับประสบการณ์อาจเปลี่ยนชีวิตของอีกคนหนึ่งได้อันนี้โดนใจพี่จริงๆเลยอยากมาเล่าแชร์ให้น้องๆฟังบ้างจ้า ถ้าคิดว่ามีประโยชน์ก็เป็นความโชคดีของน้องไป ไม่งันก็ถือว่าเล่าสู่กันฟังพอขำๆ แบบว่าแก้เซ็งหังกินข้าวก็ได้ไม่ว่ากัน
สุดท้ายนี้โชคดีนะจ้ะทุกๆคน
พี่หลิว
jarurin@wisdomhouse.co.th |
 |
|
|
|
 |
|
 |
| ชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาและหลักสูตรที่เรียน |
18 |
|
 |
| ความยากง่ายของการคัดเลือกนักศึกษา (เข้ายาก: คะแนนสูง, เข้าง่าย: คะแนนต่ำ) |
14 |
|
 |
|
 |
| ความน่าอยู่ของเมืองและสถานศึกษา |
20 |
|
 |
| ค่าใช่จ่าย (ค่าใช้จ่ายสูง: คะแนนน้อย, ค่าใช้จ่ายต่ำ: คะแนนมาก) |
14 |
|
 |
 |
| สรุปคะแนน จาก 100 คะแนน ได้ |
84 |
|
 |
|
 |